ประวัติการสร้างเมืองเชียงใหม่
หลังจากสิ้นสมัยของพญามังราย
เชียงใหม่  ยุคพม่าปกครอง
 


ภายหลังจากสิ้นสมัยของพญามังราย

        เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่แล้ว ได้ทรงปกครองและประทับอยู่เมืองนี้ ตลอดพระชนชีพของพระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถทรงเป็นนักรบ นัก ปกครอง ทรงเป็นผู้นำในการสร้างบ้านแปงเมืองหลายเมือง ด้านการปกครองในสมัยนี้ สันนิฐานว่า พญามังรายจะปกครองเฉพาะเมืองเชียงใหม่เท่านั้น ส่วนหัวเมืองที่ พระองค์ขยายอาณาเขตไปนั้นคงแต่งตั้งให้ ราชโอรส หรือขุนนางที่มีความสามารถไป ปกครองแทน เช่นเมืองหริภุญไชย ให้อ้ายฟ้าอำมาตย์เอกปกครอง เมืองเชียงรายให้ ขุนครามราชโอรสไปปกครอง ด้านตุลาการพญามังรายจะทรงรวบรวมกฎหมายขึ้นใช้ ปกครองเรียกว่า มังรายศาสตร์ ซึ่งสัณนิฐานว่าได้รับอิทธิพลจากกฎหมายธรรมศาสตร์ ของมอญ และใช้กฎหมายมังรายศาสตร์นี้เป็นกฎหมายหลักในการปกครองต่อๆมา ด้านการส่งเสริมอาชีพของประชาชน พญามังรายได้ส่งเสริมให้ประชาชน ประกอบอาชีพหลายประเภท นอกเหนือจากเกษตรกรรมได้พบข้อความในตำนานต่างๆ กล่าวว่าพระองค์นำช่างฝีมือ เช่น ช่างทอง ช่างเงิน ช่างแต้ม ช่างเหล็ก ช่างฆ้อง ช่างเขิน ฯลฯ มาจากเมืองพุกามด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านนั้น เชียงใหม่มีความสัมพันธ์อันดีกับสุโขทัย พะเยาะ พุกาม ซึ่งจะนำไปสู่การรับวัฒนธรรมจากถิ่นอื่นๆ มาสู่เมืองเชียงใหม่ ตลอดจนมีความสัมพันธ์ทางการค้า การรับพุทธศาสนานิกายหินยาน จากสุโขทัย จนเป็นที่ยอมรับในชุมชนต่างๆของเมืองเชียงใหม่

 

        ในราว พ.ศ.๑๘๕๔ เชียงใหม่มีกษัตริย์ปกครองต่อเนื่องไม่ขาดระยะ ซึ่งแต่ละพระองค์ก็มีพระราชกรณียกิจมากมาย ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะกษัตริย์ที่มีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ และมีหลักฐานการปกครองชัดเจน

พญากือนา (พ.ศ.๑๘๙๘ - ๑๙๒๘) ทรงเป็นพระราชโอรสของพญาผายู เป็นกษัตริย์ลำดับที่ ๖ ของราชวงศ์มังราย พ.ศ.๑๙๑๒ ได้อาราธนาของพระสงฆ์จากสุโขทัย โดยพระสุเมนเถระนำเอาพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ เข้ามาประดิษฐานในเมืองเชียงใหม่ พระสงฆ์เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชนชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านประเพณี ศิลปกรรม การศึกษา บทความ

ต่อมาในสมัยพญาสามฝั่งแกน (พ.ศ.๑๙๔๕ - ๑๙๘๔) พ.ศ.๑๙๖๗ มีพระเถระชาวเชียงใหม่ ๒๕ รูป พระชาวลพบุรี ๘ รูป พระรามัญ ๑ รูป ได้ไปศึกษาบาลี และพุทธศาสนาในลังกา เมื่อกลับมาได้นิมนต์พระพุทธศาสนา ๓ คณะ คือ คณะพื้นเมือง คณะรามัญ คณะสีหล เข้ามาสถาปนาในเมืองเชียงใหม่ด้วย

พญาติโลกราช (พ.ศ.๑๙๘๔ - ๒๐๓๐) ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถพระองค์หนึ่ง ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความเจริญทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเมืองและการศาสนา ทางด้านการเมืองนั้น ฐานะของเมืองเชียงใหม่มั่นคงมาก ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางถึงเมืองแพร่น่าน หัวเมืองไทยใหญ่ เช่น เมืองปัน เมืองลี้ป้อ เมืองมาย เมืองลอกจอก เป็นต้น นอกจากนี้เมืองเชียงใหม่ยังได้ทำสงครามกับอาณาจักรอยุธยา ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถหลายครั้ง จนกระทั่งทั้งสองอาณาจักรเป็นมิตรไมตรีกัน ด้านการศาสนา พุทธศาสนาในสมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทรงสร้างวัดขึ้นหลายวัด เช่น วัดโพธาราม(วัดเจ็ดยอด) ได้ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดนี้ใน พ.ศ.๒๐๒๐ อันเชิญพระแก้วมรกตจากวัดพระธาตุลำปางหลวงมาประดิษฐาน ณ วัดเจดีย์หลวง

พระเมืองแก้ว (พ.ศ.๒๐๓๘ - ๒๐๖๘) เป็นช่วงสมัยที่วรรณคดีมีความรุ่งเรืองมากขึ้น พระสงฆ์มีความแตกฉานในด้านภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาในพระไตรปิฎก....

^top อ่านต่อ Next>
 
 
ประวัติการสร้างเมืองเชียงใหม่
หลังจากสิ้นสมัยของพญามังราย
เชียงใหม่  ยุคพม่าปกครอง
 
     

Warning: mysql_num_rows(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/www/virtual/citylifefm.com/htdocs/ocm/mangrai1.php on line 433

Warning: mysql_num_rows(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/www/virtual/citylifefm.com/htdocs/ocm/mangrai1.php on line 446

Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/www/virtual/citylifefm.com/htdocs/ocm/mangrai1.php on line 449
กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 [หน้าถัดไป = 2]
1
แสดงความคิดเห็น
Name :*
E-mail :
Comment :*

Copyright (C) 2005 www.citylifefm.com all rights reserved   info@citylifefm.com
All pages best viewed with IE 5.0 or higher on 1024 * 768 Resolution and Medium text size

eXTReMe Tracker